Wednesday, 30 September 2020

ดูหมิ่นเจ้าหน้าที่รัฐ!! โพสต์ด่ารัฐบาล มีความผิด คุก 1 ปี ปรับ 2 หมื่น แม้ลบแล้วก็ตาม

10 Apr 2020
250

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 63 นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง กล่าวเตือนผู้ที่จะโพสต์ข้อความใดๆ ลงในโซเชียลมีเดียทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และทวิตเตอร์ เกี่ยวกับการรับเงินเยียวยา 5,000 บาทว่า ขอให้คิดให้หนักก่อนโพสต์ เพราะจะกลายเป็นหลักฐานสำคัญในการเอาผิดทางกฎหมาย หากข้อความดังกล่าวเป็นเท็จและได้เงินเยียวยามาจากการให้ข้อมูลเท็จ

หรือแม้แต่การดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยคำหยาบคายต่างๆ ก็มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 3 ข้อหาหนัก การมีชื่ออยู่ในทะเบียนประวัติอาชญากรมีผลต่อการสมัครงาน ใครรู้ตัวทำผิดสามารถใช้บริการปุ่มยกเลิกการลงทะเบียนในเว็บไซด์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ได้ เพราะขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนยกเลิกแล้วกว่า 3.3 แสนราย

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ (ซ้าย)

นายชาญกฤช อ้างอิงข้อมูลจากนักกฎหมายว่า การตั้งใจกรอกข้อมูลหลอกลวงรัฐเพื่อหวังลงทะเบียนรับเงิน 5,000 บาทจากรัฐบาล เข้าข่ายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานฉ้อโกง มาตรา 341 มีโทษขั้นสูงจำคุก 3 ปี หรือปรับ 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังมีความผิดฐาน แจ้งความเท็จตามมาตรา 137 มีโทษขั้นสูงจำคุก 6 เดือน หรือปรับ10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับผู้ที่โพสต์หมิ่นรัฐบาล มีความผิดตาม มาตรา 136 มีโทษขั้นสูงจำคุก 1 ปี หรือปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และแม้ว่าผู้โพสต์จะลบข้อความไปแล้ว แต่ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สามารถดึงข้อมูลที่ลบไปแล้วกลับมาได้

ส่วนการที่มีกลุ่มคนบางส่วนออกมาโพสต์ในทำนองที่ว่าไม่เดือดร้อนแต่ได้เงินเยียวยาจำนวน 5,000 บาท เช่น กรณีระบุว่าเป็น “เศษเงินหลังตู้เย็น” “ลงไว้เล่นๆ ไม่เคยหวังจะได้” “ขอบคุณสำหรับค่าโบท้อค” “ยกเลิกแล้วแต่ได้เงิน” รวมทั้งการโพสต์ข้อความด่าทอรัฐบาล “เฮงซวย” หรือการโพสต์อวดได้เงิน 2 ทาง ทั้งจากเงินเยียวยา 5,000 บาท และประกันสังคม

นายชาญกฤช ชี้เแจงว่า กระทรวงการคลังแบ่งการตรวจสอบออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

1. กลุ่มที่ไม่ได้รับเงินแต่บอกว่าได้เงิน ถือว่าสร้างความสับสน จะมอบให้กระทรวงดีอีเอส ไปช่วยตรวจสอบ เพราะถือเป็นข่าวปลอม มีความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์หรือไม่ คาดว่าผลจะออกมาเร็วๆ นี้

2. พวกที่ได้เงินจริง แต่ใส่ข้อมูลที่เป็นเท็จ กรณีนี้ ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงจะตรวจสอบย้อนกลับตามข้อมูลที่ลงทะเบียนและดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับในรายที่ได้เงินแล้ว ทางกระทรวงจะขอให้มีการคืนเงินภายใน 90 วัน พร้อมระงับเงินในเดือนต่อๆ ไป

“ส่วนประเด็นที่ประชาชนเริ่มกังขาเรื่องระบบการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์เยียวยาเงินชดเชย 5,000 บาทมีประสิทธิภาพหรือไม่ ขอย้ำว่าทางธนาคารกรุงไทยใช้ระบบที่ดีที่สุดในการคัดกรอง แต่ด้วยจำนวนการลงทะเบียนในเว็บไซด์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ที่มีมากกว่า 25 ล้านคน ทีมงานต้องทำงานแข่งกับเวลาการปรับระบบให้สามารถคัดกรองข้อมูลโดยเร็ว อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดก็น้อมรับและจะนำไปแก้ไข เนื่องจากทางกระทรวงต้องการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ พร้อมจ่ายเงินเยียวยาให้ทันท่วงที”

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และโฆษกกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ถึงกรณีผู้โพสต์ว่า “เศษเงินหลังตู้เย็น” และ “ขอบคุณสำหรับค่าโบท้อค” ดูทั้ง 2 กรณีแล้วพบว่า มีคุณสมบัติได้รับเงินจริง โดยตรวจสอบแล้วชีวิตจริงไม่ได้เหมือนกับที่โพสต์ว่าเป็นอยู่หรูหราเหมือนในโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตามการโพสต์ข้อความลักษณะดังกล่าว เบื้องต้นสั่งการระงับการจ่ายเงินในงวดต่อไปแล้ว และจะตรวจสอบว่าข้อความที่โพสต์ไปเข้าข่ายความผิดใดๆ หรือไม่

ขอบคุณที่มา : workpointnews