Wednesday, 30 September 2020

ต่างชาติชื่นชม นพ.สุวิทย์ แซะควรแบน ผอWHO

17 Mar 2020
139

ต่างชาติชื่นชมหลังได้เห็นคลิปวิดีโอผู้แทนไทยเป็นตัวแทนกล่าวเสนอ หากจำกัดการเดินทางจากพื้นที่โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 ต้องแบน ผอ.WHO ด้วย เพราะเพิ่งกลับจากจีน พร้อมเสนอให้จัดประชุมWHOที่ เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เพื่อเรียกความมั่นใจ

ในการประชุมองค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในวันที่ 6 ก.พ.2563 ที่ผ่านมา นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ด้านการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การอนามัยโลก ครั้งที่ 146 ในหัวข้อ “สถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข” : การเตรียมความพร้อม และการตอบโต้

ซึ่ง นพ.สุวิทย์ กล่าวว่า ข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่ไม่ให้จำกัดการเดินทางออกจากพื้นที่ระบาดของโรคโคโรนาไวรัส 2019 นั้น ได้ถูกละเมิดอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ นพ.สุวิทย์ ยังได้ยกตัวอย่างการระบาดของโรคไวรัส H1N1 หรือไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า ระบาดเร็วกว่า และมีจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า ก็ไม่ได้มีการจำกัดการเดินทาง หากไปจำกัดการเดินทางของผู้คน ไม่ให้ออกจากพื้นที่การระบาด ก็น่าจะเป็นเรื่อง สองมาตรฐาน หรือ สามมาตรฐาน หากเทียบกับแนวทางปฏิบัติที่ผ่านมา

“ถ้าองค์การอนามัยโลก จะแนะนำให้ประเทศสมาชิกออกข้อจำกัดการเดินทาง และกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่การระบาด องค์การอนามัยโลกก็ควรจะต้องกักตัวผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกอย่าง ดร.ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุสด้วย (Tedros Adhanom Ghebreyesus) เพราะท่านเองก็เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศจีนไม่นานนี้เอง รวมถึงต้องยกเลิกการประชุมคณะกรรมการบริหารวันนี้ด้วย เพราะผู้แทนจากประเทศที่ออกข้อจำกัดการเดินทางจำนวนมาก ได้จับมือกับ ดร.ทีโดรสไปเรียบร้อยแล้วนอกจากนี้ คนที่เสี่ยงที่สุดก็คือประธานคณะกรรมการบริหาร เพราะต้องนั่งติดกับผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกตลอดเวลา” นพ.สุวิทย์กล่าว

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เพิ่งเดินทางไปจีนเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงได้เข้าพบประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ในวันที่ 29 ม.ค. หลังจากองค์การอนามัยโลกประกาศภาวะฉุกเฉินด้านโรคระบาดไม่นานนัก ที่ปรึกษาสำนักงานปลัด สธ. กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการเรียกความเชื่อมั่นกลับมา เพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และหยุดยั้งความตื่นตระหนกทั่วโลก จึงขอเสนอให้ WHO จัดการประชุมเจ้าหน้าที่ และผู้เชี่ยวชาญระดับโลกที่ประเทศจีน ในเมืองอู่ฮั่น เพื่อไปเยี่ยมชมหอจีนโบราณ หรือ Yellow Crane Tower ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 2,000 ปี ก่อนในอู่ฮั่นโดยที่มีนักท่องเที่ยวเพียงน้อยนิดเท่านั้น

นพ.สุวิทย์กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ขณะเดียวกัน หากจัดการประชุมในปักกิ่ง เราก็จะได้เยี่ยมชมกำแพงเมืองจีน รวมถึงพระราชวังต้องห้ามร่วมกัน โดยในช่วงเวลานี้ น่าจะมีนักท่องเที่ยวน้อย และค่าใช้จ่ายไม่แพง ด้วยคำอนุญาตจากภรรยาของผม ผมยินดีที่จะสละครึ่งหนึ่งของเงินบำนาญรายปี เพื่อสนับสนุนการประชุมครั้งนี้ และเข้าร่วมการประชุมด้วยเงินส่วนตัว”

จากคลิปจะเห็นได้ว่าผู้นำจากประเทศอินเดียที่นั่งด้านล่างถึงกับอดไม่ไหว หัวเราะเสียงดังออกมาเลยทีเดียว

งานนี้สื่อนอกบอกว่า ท่านผู้นำจากประเทศไทยเผ็ด เปรี้ยวสมกับเป็นประเทศไทยจริง ๆ ซุปต้มยำกุ้งนี้คงจะเผ็ดร้อนซาบซ่านไปถึงทรวงท่านผู้อำยนวยการแน่ๆเลย และสุดท้ายท่านผู้นำจากประเทศจีนยังกล่าวขอบคุณนพ.สุวิทย์ที่ให้การสนับสนุนเชิญชวนให้ไปท่องเที่ยวประเทศจีนอีกด้วย งานนี้เป็นควันหลงที่ผ่านมาที่นับว่าเป็นการประชุมที่เผ็ดร้อนไม่เบาจริงๆ สื่อช่องใหญ่ของไต้หวันอย่าง 東森新聞 ที่มีผู้ติดตามกว่า 1.24 ล้านคน ในช่องยูทูปก็รายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน

หรือแม้กระทั่งเว็บไซต์ต่างๆในไต้หวันอย่างเช่น mirrormedia.mg , ettoday ต่างก็กำลังให้ความสนใจเรื่องนี้นอกจากนี้ก็มีคอมเมนต์มากมายที่เข้ามาชมผู้แทนจากประเทศไทยด้วยว่า “เก่งมากๆ คนจีนทั้งหลายรีบมาดูคลิปนี้เร็ว”, “งานนี้ล่ามแปลยังไม่กล้าแปลเลย แม้จะไม่ได้แปลก็กลายเป็นเรื่องหัวเราะกันทั้งสภาแล้ว”

ชมคลิป

ที่มา: hfocus, mirrormedia, ettoday, 東森新聞