Sunday, 27 September 2020

ศาลสั่งจำคุก 6 เดือน-1 ปีครึ่ง ไม่รอลงอาญา 5 ผู้ค้าหน้ากากเกินราคา

20 Mar 2020
101

จากสถานการณ์การแพระระบาดของไวรัส โควิด-19 ทำให้เกิดการขายหน้ากากที่ราคาแพงมาก โดยจากความคืบหน้ากรณี ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) กวาดล้างจับกุมผู้ค้าหน้ากากอนามัยเกินราคา ในช่วงภาวะขาดแคลนหน้ากากอนามัยช่วงที่โควิด-19 ระบาด

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (19 มี.ค.) ศาลอาญา พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 ได้นำตัว

1.น.ส.ณัปอิศรา ขอสุข

2.นายพงษ์พันธ์ โสมสุด

3.น.ส.น้ำฝน เอยศิริ

4.น.ส.อุมาพร มั่นคง

5.น.ส.นิศรา มหาเรือนขวัญ

6.นางทัศพร ฉันทนาภิธาน

7.น.ส.ตาว ตรีเทวี

ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

มายื่นฟ้องต่อศาลเป็นจำเลย ในความผิดฐานจำหน่ายหน้ากากอนามัยซึ่งเป็นสินค้าควบคุมในราคาสูงเกินสมควร หรือทำให้ปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้า ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มาตรา 29, 40

โดยตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) นำสำนวนคดีของผู้ต้องหาทั้ง 7 กรณีขายหน้ากากอนามัยเกินราคาควบคุมตามกฎหมาย มาให้อัยการพิจารณาและนำตัวส่งฟ้องเป็นจำเลยต่อศาล

โดยอัยการได้แยกฟ้องจำเลยคนละสำนวน รวม 7 สำนวน ศาลสอบคำให้การจำเลยทั้งหมดแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพทั้งหมด โดยศาลพิจรณาโทษตามจำนวนที่ครอบครอง

น.ส.อุมาพร มีหน้ากากอนามัยสีเขียวไว้ในครอบครองและจำหน่ายเกินราคา จำนวน 4 พันชิ้น ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน

น.ส.ตาว มีหน้ากากอนามัย จำนวน 750 ชิ้น พิพากษาจำคุก 2 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี

ส่วน น.ส.น้ำฝน มีหน้ากากอนามัย จำนวน 125 ชิ้น, นายพงษ์พันธ์ มีหน้ากากอนามัย จำนวน 150 ชิ้น และ น.ส.ณัปอิศรา มีหน้ากากอนามัย จำนวน 150 ชิ้น พิพากษาจำคุก 1 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 6 เดือน

อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าจำเลยทั้งห้ามีการกระทำอันเป็นการฉกฉวยโอกาสที่โควิด-19 อุบัติร้ายแรงแพร่ระบาดไปทั่วโลก บุคลากรทางแพทย์และประชาชนมีความจำเป็นต้องใช้หน้ากากอนามัย สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว แต่จำเลยทั้งห้ากลับจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคาควบคุมที่กฎหมายกำหนดไว้ จึงเห็นสมควรไม่รอการลงโทษจำเลยทั้งห้า

ส่วนนางทัศพร มีหน้ากากอนามัย จำนวน 50 ชิ้น และน.ส.นิศรา มีหน้ากากอนามัย จำนวน 8 ชิ้น พิพากษาจำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 5 หมื่นบาท ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยคนละ 6 เดือน ปรับคนละ 25,000 บาท

พิเคราะห์พฤติการณ์จำเลยทั้งสองมีของกลางปริมาณน้อย และไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี

หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวจำเลย 5 คน ที่ศาลไม่รอการลงโทษไปคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป

ทั้งนี้ก็ขอความร่วมมือสำหรับคนที่ออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเพื่อความสบายใจของตัวเองและคนรอบข้างที่สำคัญควรหมั่นล้างมือให้สะอาด

ขอบคุณ เรื่องเล่าเช้านี้